ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพ                                                            คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

MEDCMU Health Innovation Center, Chiang Mai University

  • Home
    • About MEDCHIC
    • Our story
    • Our Innovation Journey
    • Committee
    • Team
    • Contact Us
      • Idea Spark 2026
      • MedChickathon
      • Incubation Program
      • HealthNEXT2025
    • Clinic consult
    • Community
    • People & Culture
    • Innovation Portfolio
    • Innovations
    • Collaborative Project
    • Event & news
    • Insight & research
  • Learning Hub
    • Researchers
    • Student
    • Partnership
    • Startups & Innovators
    • People & Culture
    • Facilities
  • Innovation fund
  • Intellectual Property: IP

กฎ 1 ชั่วโมงของ เจฟฟ์ เบโซส – เรื่องเล่าจากทุกเช้าที่ทำให้สมองฉลาดขึ้น

Business, health, Innovation, Insight and research, learninghub
24 กรกฎาคม 2025

กฎ 1 ชั่วโมงของเจฟฟ์ เบโซส: เรื่องเล่าจากเช้าที่ทำให้สมองฉลาดขึ้น 

🧠

เราคิดว่า เจฟฟ์ เบโซส มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งแอมะซอน ตอนเช้าเขาทำอะไร เราอาจจินตนาการว่าเขาตื่นขึ้นมา ต้องตอบ email ที่คั่งค้าง มาคลี่ตาราง to do list สำหรับนัดหมายประจำวัน อ่านข่าวหุ้นที่วิ่งขึ้นลงไปตาม graph ไหม นั่นก็เป็นเช้าที่เราเห็น business man ทำกันเป็นประจำนี่

เเต่เปล่าเลย เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่นแล้วคว้าโทรศัพท์เพื่อเช็กอีเมลทันทีเหมือนซีอีโอหลายคน เขาใช้เวลาในตอนเช้า “เดินเตร็ดเตร่” ใช่แล้ว “เดินเตร็ดเตร่” หากใครไม่รู้ว่าเดินเตร็ดเตร่คืออะไร ให้ลองจินตนาการว่า เราไปสัมภาษณ์งานแล้วโดนปฏิเสธ มันไวกว่าที่คิด รถเมล์ที่รอกลับบ้านก็ต้องใช้เวลาอีกกว่าชั่วโมง เดินไปเรื่อย ๆ ดีกว่า นั่นแหละ เตร็ดเตร่ มองชมนก ชมไม้ ชมอะไรรอบ ๆ ตัว ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องมีจุดหมายเยอะ

นอกจากนี้ เขายังจิบกาแฟอุ่น ๆ พลิกอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับกระดาษ และพูดคุยกับครอบครัวอย่างไม่เร่งรีบ โดยมีกฎเหล็กข้อหนึ่ง: ห้ามแตะโทรศัพท์ในชั่วโมงแรกของวัน

ในปี 2561 เบโซสเล่าเรื่องนี้ในงานปาฐกถาที่ Economic Club of Washington เขากล่าวว่า “ผมชอบใช้เวลาช่วงเช้าแบบช้า ๆ มันให้พลังงานและทำให้ผมตัดสินใจได้เฉียบคมตลอดทั้งวัน” ล่าสุด ลอเรน ซานเชซ คู่หมั้นของเขา ยืนยันกับ People ว่า “เราไม่แตะโทรศัพท์เลยจริง ๆ นั่นคือกฎที่เราใช้” สิ่งที่ดูเหมือนเป็นแค่ความชอบส่วนตัวนี้ กลับมีรากฐานจากวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่น และงานวิจัยล่าสุดพิสูจน์ว่าเขาคิดถูก

สมองเปลี่ยนชีวิตเมื่อเจอหน้าจอมากเกินไป 

🖥️

ลองนึกถึงเช้าวันธรรมดาของคุณ คุณตื่นมาแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูโซเชียลมีเดียทันที มันอาจรู้สึกสนุก แต่ถ้าทำแบบนี้ทุกวันล่ะ? มันกลายเป็น habit พฤติกรรมที่เปลี่ยนสมอง สุขภาพ และร่างกาย แน่นอนว่า มันกระทบชิ่งไปยังชีวิตประจำวันอื่น ๆ เหมือนโดมิโน

Maris Loeffler จาก Stanford Lifestyle Medicine Program เตือนว่า “ถ้าคุณเลื่อนโทรศัพท์บนเตียงแค่ชั่วโมงเดียวในเช้าวันเดียว ผลกระทบอาจไม่มาก แต่ถ้ามันกลายเป็นนิสัย วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า มันจะทำร้ายคุณได้”

การศึกษาใน UK Biobank ปี 2566 ติดตามผู้ใหญ่ประมาณ 473,184 คน ที่เริ่มแรกไม่มีภาวะสมองเสื่อม พาร์กินสัน หรือซึมเศร้า โดยใช้แบบจำลอง Cox proportional hazards regression พบว่า การดูหน้าจอที่มากเกินไป (4+ ชั่วโมง/วัน) เพิ่มความเสี่ยงต่อสมองเสื่อม 28% ซึมเศร้า 35% และพาร์กินสัน 16%

นอกจากผลต่อสมอง การใช้หน้าจอมากเกินไปยังเชื่อมโยงกับอาการปวดตา การนอนไม่หลับ และปวดหลัง Loeffler เปรียบเทียบการใช้หน้าจอแบบเฉย ๆ ว่า “เหมือนกินน้ำตาลให้สมอง มันอร่อยแต่ไม่มีสารอาหาร” และถ้าคุณเริ่มวันด้วย “น้ำตาล” แทน “อาหารเช้าที่ดี” สมองของคุณจะอ่อนล้าตั้งแต่เช้า

กฎ 1 ชั่วโมง 

⏰

เบโซสอาจไม่ได้อ่านงานวิจัยเหล่านี้ตอนที่เขาตั้งกฎให้ตัวเอง แต่สิ่งที่เขาทำสอดคล้องกับคำแนะนำจาก Stanford Lifestyle Medicine Program ที่ระบุว่า “งดใช้หน้าจอในชั่วโมงแรกของวัน” แล้วเราควรทำอะไรแทน? นี่คือทางเลือกที่แนะนำ

ออกกำลังกาย – การศึกษาใน Journal of Applied Physiology ปี 2563 พบว่า การออกกำลังกายตอนเช้า 30 นาที เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง 20% ช่วยให้ตื่นตัวและจดจำได้ดีขึ้น

นั่งสมาธิ – งานวิจัยจาก Mindfulness ปี 2562 แสดงว่า การนั่งสมาธิ 10 นาที ลดระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ลง 25% ทำให้สมองปลอดโปร่ง

อ่านหนังสือ – การศึกษาใน Cognitive Science ปี 2564 พบว่าการอ่านหนังสือกระดาษ 15 นาที ช่วยเพิ่มสมาธิได้ดีกว่าการเลื่อนโทรศัพท์ถึง 30%

ชีวิตเรามีใหม่ได้ทุกวัน 

🌅

การเริ่มวันแบบช้า ๆ คือการลงทุนในตัวเองนะครับ

#JeffBezos#เจฟฟ์เบโซส#Inspired#MEDCHIC

บทความอื่นๆ

“Google’s Ten Things We Know to Be True” — หลักคิด 10 ข้อจาก Google
From Data Barriers to Digital Healthcare Innovation ทำอย่างไรให้ “นวัตกรรมดิจิทัล” เกิดขึ้นได้จริงในโรงพยาบาล (ไม่ใช่แค่บนสไลด์) — ผศ.ดร.ชาติชาย ดวงสอาด : รองผู้อำนวยการสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITSC)
Clinical Data in Action เปลี่ยน “งานประจำ” ให้กลายเป็นงานวิจัยและนวัตกรรมที่ใช้ได้จริงในโรงพยาบาล — รศ.นพ.วชิรนันท์ ศิริกุล : ภาควิชาชีวสารสนเทศทางการแพทย์และระบาดวิทยาคลินิก (BioCE)
จาก “Data” สู่ “Insight” บทเรียนจาก UCL/UK ว่าจะออกแบบข้อมูลสุขภาพให้ “ใช้จริงอย่างไร” — นพ.ต่วน กัสฟี หะมะ : Ph.D. in CDT for AI-Enable Healthcare, UCL

ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ชั้น 5 อาคารเรียนรวม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เลขที่ 110 ถนนอินทวโรรส ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ 053-936-204, 096 061 9394

Connect with us

  • Facebook
  • Mail
  • TikTok