Clinical Data in Action: เปลี่ยน “งานประจำ” ให้กลายเป็น “เครื่องยนต์วิจัยและนวัตกรรม” (แบบทำได้จริงในโรงพยาบาล)

ข้อมูลคลินิกคือ “ทองคำ”
มันมีค่า…แต่ ถ้าไม่ถูกขุด ไม่ถูกคัด ไม่ถูกหลอม มันก็ยังเป็นแค่ก้อนแร่ที่วางกองอยู่หลังบ้าน
บรรยายนี้พาเราไล่ “เส้นทางหลอมทอง” ตั้งแต่ข้อมูลใน EMR ที่กระจัดกระจาย ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานแบบมาตรฐาน (เช่น OMOP) และวิธีทำงานร่วมกันข้ามโรงพยาบาลโดยไม่ต้องขนข้อมูลออก (federated learning) — ที่สำคัญคือ ทำให้ถูกกฎหมาย/จริยธรรม และทำให้คนใช้จริงได้
หมุดหมายของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “มีข้อมูล” แต่คือ ทำให้ข้อมูลกลายเป็นงานวิจัยที่เชื่อถือได้ และนวัตกรรมที่เปลี่ยนการดูแลผู้ป่วยได้จริง
1) เรามี “ขุมเหมืองข้อมูล” อะไรบ้าง (และทำไมถึงยังยาก)
วิทยากรชี้ให้เห็นว่าในโลกจริงของไทย ข้อมูลสุขภาพไม่ได้อยู่ที่เดียว แถมแต่ละแหล่ง “ภาษาพูด” ไม่เหมือนกัน
- EMR/HIS: ข้อมูลละเอียดสุด ใกล้หน้างานสุด แต่ แต่ละโรงพยาบาลหน้าตาไม่เหมือนกัน เชื่อมกันยาก
- Registry / Cohort ระยะยาว: คุณภาพดี เป้าหมายชัด แต่เข้าถึงยาก เพราะใช้ทรัพยากรสูง และมีเจ้าของระบบชัดเจน
- Patient-generated data: smartwatch, แอป, แบบประเมินคนไข้ — มีคุณค่าแต่ มักไม่ถูก integrate เข้ากับ EMR
- Aggregate data (รายงาน/สถิติส่วนกลาง): เข้าถึงง่ายกว่าในบางบริบท แต่ “ความลึก” ไม่พอสำหรับ innovation/research เชิงละเอียด
EMR = “กล้องซูม” (เห็นรายละเอียดจริงของการดูแล)
ถ้าจะทำวิจัย/นวัตกรรมที่เปลี่ยน care pathway ได้จริง ส่วนใหญ่ต้องเริ่มที่ “กล้องซูม” นี่แหละ…แต่ปัญหาคือ กล้องซูมของแต่ละที่คนละรุ่นคนละเมนู
2) Digitalization ≠ Digital Transformation (อย่าเผลอคิดว่ามี EMR แล้วจบ)
ประเด็นสำคัญที่โดนมากคือ: โรงพยาบาลจำนวนมากอยู่แค่ระดับ digitalization
คือเปลี่ยนจากกระดาษ → ตัวอักษรในจอ (ดีขึ้นแน่) แต่ยังไม่ใช่ระบบที่ออกแบบมาเพื่อ “ใช้งานข้อมูล” อย่างลื่นไหล
ยุคก่อน “ใช้ EMR ทำวิจัย” คือ
- คนเข้าไปอ่าน → คัดลอก → ใส่ Excel → วิเคราะห์
คำถามคือ…ทำไมไม่ให้มันออกมาเป็นตารางสวย ๆ ได้เลย?
คำตอบตรงไปตรงมาคือ EMR ถูกสร้างเพื่อ “การให้บริการและการเบิกจ่าย/บริหาร” มากกว่าการทำ research/innovation ตั้งแต่แรก
ดังนั้นโครงสร้างจึงซับซ้อนและไม่เป็นมิตรกับการดึงข้อมูลแบบงานวิเคราะห์
3) 4 คำถามที่ต้องตอบให้ได้ ก่อนจะ “ใช้ EMR แบบมืออาชีพ”
วิทยากรเหมือนวางเช็กลิสต์ 4 ด่าน (ถ้าตกด่านไหน งานจะค้างทันที)
- มีข้อมูลนั้นจริงไหม?
- เรามีสิทธิ์ใช้ไหม? (กฎหมาย/จริยธรรม)
- ใครดึงให้? และดึงอย่างไร?
- ดึงแล้ว “ใช้ได้จริง” ไหม? (quality/structure/standard)
ด่าน 1: “มีจริงไหม”
- คุยกับ domain expert/ทีมหน้างาน ว่าใน workflow เขาบันทึกสิ่งที่เราอยากได้จริงไหม
- ถ้าอยากได้ แต่ “หน้างานไม่เคยวัด/ไม่เคยบันทึก” → แปลว่า “ไม่มี”
- ถ้าจะให้มีในอนาคต ต้องเริ่มจาก มาตรฐานการบันทึก ตั้งแต่วันนี้





